วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ไฟนอลลลล โปรรรเจ็กกกกก

การดึงความสนใจเพื่อทำลายซีเควน เริ่มจากตอนแรกเลยที่ยังคุยกันอยู่ว่าหัวข้อนี้มันไม่เป็นหลักการมากนัก เงื่อนใขหลักเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติดังนั้น จึงต้องหาแก่นของมันให้ได้ก่อน หรือว่าหาเรื่องหลักที่จะนำไปสู่การดึงความสนใจของเรื่องนั้นๆ แล้วการดึงความสนใจก็แบ่งเป็นสองอย่าง การดึงความสนใจระยะสั้น กับการดึงความสนใจระยะยาว การทำงานครั้งนี้ทำให้ตัวกระผมได้เจอปัญหาที่ไม่เคยเจอ คือว่า เราไม่รู้ว่าเรื่องที่เราทำมันเป็นไงเรายังอยู่กับมันนานไม่พอ ทำให้เราไม่รู้ว่าเราจะทำอะไร ก็ดันทุรังทำไปทั้งๆที่มีทางออกอื่นอีกเยอะ กลายเป็นว่าทำเรื่องยากๆแต่ทำไม่ดี นั้นคือปัญหาที่เจอ แล้วมันก็เป็นผลระยะยาวที่ทำให้เราไม่สนุกในการทำงานเลย กังวลว่างานจะเป็นยังไงจะดีไหม ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำ และที่ไม่ทำก็เพราะว่ากลัวว่าทำแล้วจะไม่ดีเพราะว่าคิดอย่างเดียว ไม่ทำ ทั้งๆที่อาจารย์ก็บอกไม่รู้กี่ต่อกี่ครั้งว่าทำไปเหอะแล้วจะมีทางออก เราก็เห็นเพื่อนๆเจอกันทุกคน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เอาไปใช้ได้จริงๆว่าถ้าคิดไม่ออก ตัน ให้ทำไปเหอะเดี๋ยวจะเจอทางออกเอง เริ่มมาจับต้นชนปลายได้ก็เหลือเวลาไม่มากนัก เป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะว่า หัวข้อของเราผ่านก่อนเพื่อนเลย และเหตุที่ทำให้เป็นอย่างนี้เหตุสำคัญเลยคือ ความขี้เกียด ความขี้เกียดเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก ทั้งๆที่รู้ว่าขี้เกียดแต่ก็ไม่ทำอะไรเลย นอนคิดนั่งคิดอยู่นั้นแหละว่าทำอย่างนี้จะดีไหมอย่างนั้นล่ะจะดีไหม พอไม่ได้ก็ท้อ บ่นอยู่นั้นแหละว่า แม้งตันว่ะ เซ็งว่ะ จริงๆที่ต้องตันก็คือถูกต้องแล้วเพราะ ถ้าการเรียนครั้งนี้เราไม่ตันแสดงว่าเราไม่ได้เรียน อาจารย์ติ๊ก พูดเสมอว่า เราไม่ได้มาทำมาสเตอร์พีชนะ เราเป็นนักศึกษาเรามีโอกาศได้ลองผิดลองถูกในการทำงานโดยมีคนคอยมาบอกว่าอันนี้ดีนะ อันนี้ไม่ดี ซึ่งจริงๆแล้วเวลาจบออกไปเราจะไม่ได้เจออย่างนี้เลย ซึ่งตอนนี้เราเรียนอยู่ เราเป็นนักศึกษา เราจ่ายเงินไปแล้ว เราสามารถหาความรู้ได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการออกแบบเ
เทอมนี้ได้รู้อะไรเยอะไปหมด ได้รู้กระทั่ง วิธีอ่านหนังสือที่ถูก วิธีดูทีวีที่ถูก ที่ถูกในที่นี้หมายความว่า ดูแล้วสามารถปลอกเปลือกมันออกมาได้ เข้าใจมันอย่างที่คนที่คิดมันเข้าใจ อีกทั้งการเรียนที่ไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่การเรียนที่พอถึง เรา เราก็เข้าไปนั่งคุยกับอาจารย์โดยที่เพื่อนๆก็นั่งเล่น เสียงดังคุยกัน แต่นี่เป็นการเรียนที่เราได้เรียนครบทุกนาทีเลย การเรียนรู้จากงานเพื่อนที่โดนด่า แล้วเพื่อนเรียนจากเราที่โดนด่า กลายเป็นเรื่องดี เมื่อก่อนอาจจะไม่คิด แล้วเทอมเราก็ได้รู้ว่าเราอ่อนด้อยเรื่องอะไร แล้วเราต้องแก้ปัญหาเรื่องอะไร
จนถึงตอนนี้ต้องขอขอบคุณ อาจารย์ติ๊ก อาจารย์นุ ที่ช่วยประสิทธิประสาทวิชาให้กระผมทุกครั้งที่ฟังคอมเม้นจากอาจารย์มันเหมือนถูกค้อนตีที่ตัวแรงๆ แล้วพวกเศษปูนที่เกาะตัวเราอยู่ก็ค่อยๆหลุดออกที่แผ่นสองแผ่น จนรู้สึกได้ว่าตัวเราเบาขึ้นวิ่งได้เร็วขึ้นกระโดดได้สูงขึ้น มีความสุขยิ่งกว่า ความสุขของกะทิอีก ก็ขอให้อาจารย์อายุมั่นขวัญยืนนะครับ (ผมรู้เลยว่าอาจารย์ติ๊กจะบอกว่ามึงมาอวยพรอะไรกูว่ะ 555) แต่ยังไงก็ขอขอบคุณอีกครั้งครับ ที่ทำให้ตัวผมเบาขึ้น

Final Project

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ยางงงง ไม่ไปไหนนนน หัวจายยยฉันยังเป็นอย่างเดิม ( ขอบ่น )

ทำไปเรื่อยๆ คิดไม่ค่อยออก ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ไม่รู้จะอัพอะไร แต่เห็นของคนอื่นแล้วชื่นใจแทน ทุกคนเจ๋งมาก ทำกันสุดๆ สู้สุดชีวิต กดคีย์บอร์ดแต่ละทีน้ำตาแทบไหล เพราะไม่รู้พิมพ์อะไร ได้แต่นึกเบื่อตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจ สักพักก็เริ่มดีขึ้น ก็เลยคิดว่า เอาว่ะ สู้เว้ย แต่แม้งยากว่ะ จะเริ่มยังไงดีล่ะ การทำงานที่ผลงานออกมาเป็นกลางมากที่สุดนั้นช่างยากเหลือเกิน แต่ก็ทำไปเรื่อย คิดอะไรออกก็ใส่
ซีเควน คำๆนี้จะติดตรึงไปจนชีวิตเราจะหาไม่ สู้เว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ให้ไวๆ


ตั้งแต่เริ่มทำงานก็พยายามถ่ายหลายๆเรื่องราวเพื่อให้ตรงตามจุดประสงค์ของงานมากที่สุด ผมคาดว่าจะใช้การดึงความสนใจกันไปมาระหว่างจอสองจอ โดยคำนึงถึงว่าอะไรบ้างที่จะทำให้สนใจได้ ทั้งเรื่องสี รูปทรง ความเป็นปัจจุบัน ผู้หญิง เทคโนโลยี เรื่องลับๆ ท่าทางตลกๆ การเล่นดนตรีสด เกมส์ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นเรื่องราวที่จะนำเสนอ แต่ละอันจะพูดถึงเรื่องที่ต่างกันออกไปเพื่อความหลากหลายและยิ่งเรื่องราวต่างกันออกไปก็ทำให้เป็น
การเอื้ออำนวยต่อการดึงความสนใจ เพราะพอผู้ชมกำลังชมเรื่องราวแรกที่ดำเนินอยู่นั้น ผมก็จะนำเสนออีกเรื่องราวหนึ่งที่มีน้ำหนักและความน่าสนใจมาเพื่อดึงความสนใจ และหลายๆเรื่องราวก็เป็น S.Q. เช่นกัน และบางอันก็เหมือนกับว่าอำนวยต่อกันและกันอยู่แล้วด้วยจุดประสงค์ของงานที่ต้องการดึงควาสนใจ เพื่อการทำลายซีเควนนั้นและก่อเกิดซีเควนใหม่

Drawing

Women

Car